สวัสดีครับ part นี้เป็น part สุดท้ายของอียิปต์แล้วนะครับ เรากลับมาที่ไคโร เพื่อเตรียมเดินทางไปจอร์แดนต่อไป
ขอบคุณล่วงหน้าที่ยังมีคนอ่านนะคร้าบ

นอนบนรถไฟอันหนาวเหน็บมาราว 10 ชั่วโมง ก็ถึงแล้วครับสถานีรถไฟไคโร ซึ่งเป็นสถานีใหญ่

เนื่องจากติดต่อรถกับโรงแรม Cairo inn ไว้แล้ว เราจึงไม่ต้องไปหารถนะครับ แล้วก็ต้องชมคนขับรถด้วยที่มารอล่วงหน้า แล้วยังเดินเข้ามารับถึงชานชาลา (ทางเดินบริเวณชานชาลาวกวน เขาจึงเดินมารับครับ)
ตอนนั้นเวลา 05.00 น. เพื่อนๆในกรุ๊ปเราก็กำลังง่วง รถก็พามาถึงโรงแรม และจุดนี้เองที่ดราม่าบังเกิดครับ
ด้านล่างเป็นรูปโรงแรมที่เราจองจาก booking.com

แต่นี่คือที่คนขับรถพาเรามา

มองแล้วงงไหมครับ ซูมชัดๆให้เห็นป้ายทางเข้า

ป้ายโรงแรมเดียวคือ Cairo heart ไม่ใช่ Cairo inn และเช็คจาก map แล้วก็ไม่ใช่ location ของ cairo inn ครับ ตอนนี้เอง คนขับรีบร้อนจะขับออกไป แต่เราบอกให้หยุดก่อน และแจ้งคนขับไปว่า ต้องพาเราไป cairo inn นะ เขาแจ้งกลับมาว่า นี่แหละ cairo inn แต่เป็นอีกสาขา

ด้วยความไม่เชื่อ เราจึงโทรเข้าเบอร์ของ cario inn ซึ่งพนักงานก็ยืนยันว่า เป็นที่เดียวกัน!!!
อ้าวเฮ้ย ก็ไม่เหมือนที่โชว์ใน booking นี่นา ทำไมมาบอกว่าที่เดียวกัน เราไม่ยอมครับ ยืนยันว่าต้องการที่จองไว้ แต่พนักงานบอกว่าที่ cairo inn ห้องเต็มหมด!

ด้วยความที่ตอนนั้นตีห้ากว่าๆ และทุกคนง่วงมาก อยากเข้าห้องแล้ว จึงตกลงกันว่า เอาก็เอาละกัน ไหนๆห้องก็เต็ม ค่อยไปให้ feedback ทีหลัง
และนี่คือสภาพภายหลังเปิดประตูเข้าตึกครับ

สังเกตดูดีๆ มีคนมาอาศัยหลับนอนด้านหลังเคาท์เตอร์ด้วย จะปลอดภัยมั้ยเนี่ย?

เสร็จแล้วก็ขึ้นลิฟท์ ที่อยู่ในสภาพเก่าคร่ำครึมาก อีกทั้งจากจุดที่มีคนแอบมานอนไปถึงลิฟท์ ก็ไม่มียาม หรือการรักษาความปลอดภัยใดๆเลย

ขึ้นมาชั้น 8 เพื่อเช็คอิน พอสอบถามพนักงานต้อนรับ (ชาย) ก็ทราบว่าโรงแรมมีอยู่ 2 ชั้น คือชั้น 7 และ 8
พอเราบ่นถึงเรื่องการจองโรงแรม ก็ดูท่าทางพนักงานจะมีการเตรียมรับมือวิธีการนี้เป็นอย่างดีราวกับเคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง พูดอวดว่าที่นี่ใหม่กว่า ดีกว่า อย่างนู้นอย่างนี้

ด้วยความที่มาก่อนเวลาเช็คอิน เราจึงต้องการเพียงฝากกระเป๋า แต่พนักงานบอกว่ามีห้องว่างแล้ว 1 ห้อง ให้เช็คอิน ได้เลย และพาไปดูห้อง
และนี่คือห้องครับ

ห้องใหม่เอี่ยมอยู่ แต่…. กลิ่นบุหรี่หึ่งมาก ดมตามผ้าปูที่นอนและหมอนก็มีกลิ่นบุหรี่ ซึ่งทุกคนในกรุ๊ปไม่มีใครยอมจะอยู่ห้องนี้ จึงแจ้งพนักงานว่า ไม่ต้องให้ห้องนี้ เรารอได้ แค่ฝากกระเป๋าไว้ ไว้ค่ำๆจะเข้ามาโดยไม่เอาห้องนี้เด็ดขาด

แต่พนักงานยืนยันว่า ไม่มีห้องเหลือแล้ว ยังไงก็ต้องได้ห้องนี้
แต่พวกเราโวยวายไป และบอกให้เรียกพนักงาน cairo inn มาที่นี่
เมื่อพนักงาน cairo inn มาถึง ได้ขอโทษ และบอกว่าทางนู้นไม่มีห้องว่าง และเพื่อเป็นการขอโทษ จะจัดห้องอื่นที่ cairo heart ให้ โดยห้องที่มีกลิ่นแรงนั้น จะเป็นห้องแถมพิเศษไป
เราไม่ได้ต้องการห้องแถมนะครับ ขอเพียงได้ห้องไม่มีกลิ่นก็พอ และพอใจกับข้อเสนอ จึงนำกระเป๋าไปรวมที่ห้องนั้นก่อน แล้วออกไปเที่ยวกัน

ขอข้ามไปถึงช่วงค่ำที่กลับมาเลย
สรุป ไม่ได้ห้องใหม่ มีเพื่อนในกรุ๊ปต้องได้ห้องนั้นไป ส่วนอีกห้องที่ผมได้ ก็มีกลิ่นบุหรี่ไม่ต่างกัน
งานนี้ขอบอกเลยว่า พอกัน ที่หวังจะมารอบหน้า จะไม่จองโรงแรมนี้อีกแล้วครับ

Egyptian museum

ออกจากโรงแรมราว 7.00 น. เดินไปราว 15 นาที (ขึ้นมาทางเหนือ อากาศเย็นแล้วครับ เดินสบายๆ ไม่ร้อน) ก็ถึงพิพิธภัณฑ์อียิปต์

พิพิธภัณฑ์อียิปต์ (Egyptian museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สร้างมานานกว่า 100 ปีแล้วครับ เก็บรวบรวมสมบัติกว่า 120000 ชิ้น (ไม่รวมที่สูญหายอีกมาก)

แน่นอนว่า Royal mummies หรือมัมมี่ราชวงศ์ชื่อดังองค์สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นฟาโรห์หญิงฮัตเชปซุต ทุตโมสที่ 3 หรือ รามเสสที่ 2 ต่างก็อยู่ที่นี่

นอกจากมัมมี่แล้ว สมบัติที่มิอาจประเมินค่าได้อย่างหน้ากากทองคำของฟาโรห์ตุตันคามุนก็ถูกจัดแสดงที่นี่ครับ (มัมมี่ฟาโรห์ตุตันคามุนอยู่ที่หลุมพระศพ KV62 ในหุบผากษัตริย์)

ค่าเข้าชมอยู่ที่ 120 EGP ส่วนค่าตั๋วถ่ายรูปภายในพิพิธภัณฑ์อยู่ที่ 50 EGP
มีคนมารอต่อคิวซื้อตั๋วเข้าชมแน่นขนัดตั้งแต่เช้า ต้องรอหน่อยนะครับ คนขายก็ให้บริการรวดเร็ว

Tips: หากต้องการเข้าชม Royal mummies hall ต้องซื้อตั๋วต่างหาก 150 EGP

ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่า ที่พิพิธภัณฑ์นี้มีสมบัติชิ้นเอกมากมาย แต่ผมเองทำการบ้านมาน้อยมาก จึงพลาดไปหลายอย่างเลย แต่ยังไงก็ขอโพสต์รูปที่ถ่ายมานะครับ
เข้ามาเจอโถงใหญ่ก็อลังการแล้วครับ

รูปปั้นใหญ่ที่โถงเป็นรูปปั้นฟาโรห์อาเมนโฮเทปที่ 3 (Amenhotep III) หรืออีกพระนามคือ Amenophis III ผู้ที่มีบทบาทมากในการสร้างวิหารคาร์นัก และวิหารลักซอร์นั่นเองครับ ส่วนด้านข้างเป็นพระมเหสี Tyi และพระราชธิดา (รูปปั้นองค์เล็ก)

ใช้เวลาที่โถงไม่นาน เรารีบขึ้นไปชั้น 2 เพื่อเข้า Royal mummies hall ในช่วงที่คนยังไม่ขึ้นมากันครับ

อย่างที่บอกไว้ ค่าเข้าชมต้องจ่ายแยกต่างหาก 150 EGP และห้ามถ่ายรูปแม้ว่าจะซื้อตั๋วถ่ายรูปมาแล้วก็ตามครับ

เนื่องจากห้ามถ่ายรูป จึงไม่มีรูปมาให้ดูนะครับ แต่ขอบอกว่า แม้ราคาค่าตั๋วจะค่อนข้างสูง แต่ก็คุ้มค่ามากกับการที่เราได้มาเห็นมัมมี่ของบรรดาฟาโรห์เลื่องชื่อในอดีต ที่แม้เวลาจะผ่านไปกว่าพันปีแล้ว ร่างของพวกเขาก็ยังคงอยู่ ไม่ว่าจะเป็น
–    ฟาโรห์รามเสสที่ 2 ที่ได้ชื่อว่ายิ่งใหญ่ที่สุดของอียิปต์
–    ฟาโรห์ฮัตเชปซุต ซึ่งเป็นฟาโรห์หญิงองค์แรก
–    ฟาโรห์ทุตโมสที่ 3 ผู้ที่ถูกฟาโรห์ฮัตเชปซุตบดบังพระราชอำนาจในแรกเริ่ม ก่อนที่จะผงาดในภายหลัง จนได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในฟาโรห์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอียิปต์ (ก่อนสมัยฟาโรห์รามเสสที่ 2) และพยายามลบพระนามฟาโรห์ฮัตเชปซุตออกจากประวัติศาสตร์
–    ฟาโรห์นักรบร่างหนึ่ง ซึ่งผมจำพระนามไม่ได้ แต่ร่างใหญ่มากครับ

แม้จะใช้ชื่อว่า Royal mummies hall แต่ที่จริงก็เป็นห้องขนาดไม่ใหญ่เท่าไรนัก และมีพนักงานเฝ้าเพียงคนเดียวครับ
หลังจากชมบรรดาฟาโรห์ได้สัก 20 นาทีแบบแทบจะปลอดผู้คน ก็ได้ยินเสียงฝูงชนต่อคิวซื้อตั๋วจากข้างนอก เราจึงออกไปชมที่อื่นต่อนะครับ

ชิ้นนี้เป็นรูปปั้นชื่อดัง ด้านซ้ายเป็นเทพฮอรัส (เศียรเหยี่ยว) ด้านขวาเป็นเทพเซธ (เศียรสัตว์ชนิดหนึ่งที่ไม่สามารถระบุได้) กำลังสวมมงกุฏแห่งอียิปต์บนให้แก่ฟาโรห์รามเสสที่ 3 (เจ้าของวิหาร Habu temple ที่สวยๆ ที่เราไปชมที่ลักซอร์จะวันตก)

สฟิงซ์ที่มีใบหน้าเป็นสตรี ของฟาโรห์หญิงฮัตเชปซุต ขุดพบที่ Mortuary temple of Hatshepsut ที่เราไปมาครับ

ที่ชั้น 2 ที่ด้านในสุด คือไฮไลต์ของพิพิธภัณฑ์เพราะเป็นห้องแสดงสมบัติของฟาโรห์ตุตันคามุน ซึ่งเต็มไปด้วย ทอง ทอง และทองครับ
ทองแต่ละชิ้นก็ใช่ว่าจะธรรมดา หากแต่มีการลงสีและลวดลายอย่างวิจิตร
และแน่นอนครับ ห้ามถ่ายรูปอีกแล้ว ฮ่าๆ
ใช้รูปจากหนังสือแทนนะครับ
หน้ากากทองคำ

ส่วนชิ้นนี้เป็นโลงของฟาโรห์อาเมนโฮเทปที่ 1

อย่างที่บอกไปว่า พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ มีสมบัติกว่า 120000 ชิ้น ดูได้ไม่ทั่ว และแน่นอนว่า ด้วยความที่สมบัติมากขนาดนี้ ย่อมมีปัญหาในการจัดเก็บ

เนื่องจากมัมมี่ที่ขุดพบมีมาก ชนิดที่ว่า ขุดเท่าไรก็ไม่หมด ยังมีข่าวขุดพบใหม่ๆ อยู่เป็นระยะ ทำให้มัมมี่ที่ไม่ใช่มัมมี่ราชวงศ์นั้น ได้รับการจัดเก็บแบบไม่มีการรักษาอุณหภูมิและความชื้น

เพียบบบ!

โถคาโนปิกที่ใช้สำหรับใส่อวัยวะภายในของมัมมี่ โถทั้งสี่จะถูกเก็บรวมอีกครั้งในหีบ

หีบที่มีรูปปั้นเทพอนูบิสเศียรหมาในอยู่ด้านบน โดยเทพอนูบิสเป็นเทพแห่งการทำมัมมี่ มีทั้งที่อยู่ในรูปแบบตัวเป็นคนเศียรเป็นหมาใน และหากเป็นหมาในทั้งตัวเลย จะอยู่ในท่าหมอบครับ

เนื่องจากมีช่วงที่กรีก (ราชวงศ์ปโตเลมี (Ptolemy)) และโรมันเข้ามายึดครอง และเป็นฟาโรห์แห่งอียิปต์ จึงมีสมบัติหลายชิ้น ที่ใบหน้าของฟาโรห์ออกไปทางกรีกและโรมันครับ

ภาพนี้เป็นห้องเก็บกระดาษปาปิรุส ซึ่งเป็นกระดาษชนิดแรกของโลก

ออกจากพิพิธภัณฑ์ก็ 11.00 น. แล้ว ถึงเวลาอาหารกลางวัน เนื่องจากนึกไม่ออกว่าจะทานอะไร ประกอบกับที่ตั้งแต่มาอียิปต์ 7 วันแล้ว ยังไม่ได้ลองเดินห้างเลย จึงบอกแท็กซี่ไปว่า ไปห้างสรรพสินค้าที่ใกล้ๆละกัน
แท็กซี่ก็พามาห้างครับ ชื่อห้างอะไรจำไม่ได้แล้ว เลือกร้านอาหารฝรั่งบนห้าง

พนักงานมารับออร์เดอร์ด้วยการไม่จด ไม่จิ้มอะไรแม้แต่น้อยครับ จำล้วนๆ
แล้วก็ทำมาถูกทุกอย่างซะด้วย อร่อยทุกอย่างด้วยครับ ถ่ายรูปมาไม่หมดนะครับ

Mosque of Muhammad Ali

เที่ยวอารยธรรมอียิปต์มานาน เปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวใหม่ๆบ้างครับ เราจะไปกันที่ป้อมปราการ หรือ Citadel ซึ่งเป็นที่ตั้งของมัสยิดของมูฮัมหมัดอาลี (Mosque of Muhammad Ali)
เรียกแท็กซี่ไปนะครับ ได้ข้อสรุปว่าคนที่นี่เรียกว่า ซิตาเดลล่า
ตามชื่อครับ เป็นป้อมปราการ ส่วนมัสยิดอยู่ด้านบน เข้ามาก็ต้องพบป้อมปราการก่อน

เดินมาเรื่อยๆ ก็เริ่มเห็นมัสยิดบนป้อมปราการครับ

ขอบคุณรูปสวยๆจากน้องปอ

มัสยิดแห่งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของกรุงไคโรเลยทีเดียว สร้างโดยมูฮัมหมัด อาลี อดีตผู้นำ ออตโตมัน-อียิปต์ ซึ่งมีบทบาทอย่างมากในการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยอียิปต์จากการยึดครองของนโปเลียน (คนที่นำเสาโอเบลิสก์ที่วิหารลักซอร์ไปแลกกับนาฬิกานั่นแหละครับ)

มัสยิดยังคงถูกใช้เป็นศาสนสถานในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นจึงยังมีการละหมาด ซึ่งช่วงละหมาดจะไม่เปิดให้เข้าชมนะครับ

ขอบคุณรูปสวยๆจากน้องปอ

ภายในมัสยิด

เด็กๆที่นี่น่ารักดีครับ ชอบมาขอถ่ายรูปด้วย แล้วก็ขอให้เราถ่ายรูปให้เช่นกัน

เราใช้เวลาเที่ยวที่นี่ไม่นาน ก็ตัดสินใจออกไปตลาดชื่อดังเพื่อหาซื้อของฝาก ของที่ระลึกก่อนกลับอียิปต์ครับ
ใช่แล้ว เราจะไปตลาดข่าน อัลคาลิลี ชื่อดังนั่นเอง

Khan El khalily market

ตลาดข่าน อัลคาลิลี (Khan Al Khalili) เป็นตลาดของฝาก ของที่ระลึกชื่อดังแห่งเมืองไคโรครับ นอกจากสินค้ามหาศาลแล้ว ยังได้ราคาดีอีกด้วย โบกแท็กซี่แล้วก็มาได้เลย แท็กซี่รู้จักแน่นอนครับ

ของที่ขายส่วนใหญ่ก็เป็นสินค้าเกี่ยวกับอียิปต์โบราณ โดยเฉพาะรูปปั้นเทพเจ้า และฟาโรห์ รวมถึงมเหสีชื่อดัง เช่น เทพอนูบิส (เศียรหมาใน) เทพบาสเซ็ต (เศียรแมว) เทพฮอรัส (เศียรเหยี่ยว) เทพโอชีรีส เทพีไอซิส เทพีมาอัต หรือฟาโรห์รามเสสที่ 2 ฟาโรห์ตุตันคามุน พระนางเนเฟอร์ติตี

 

 

มีทั้งงานที่ทำจากเรซิน และงานที่ทำจากหิน (ทั้งหินแกรนิต และหินปูน) ซึ่งงานที่ทำจากหินมีราคาสูงกว่ามาก รวมทั้งคนขายจะมีความภูมิใจในการนำเสนองานด้วยครับ
โถคาโนปิก ซึ่งใช้สำหรับใส่อวัยวะภายในของมัมมี่ ก็มีขาย

 

 

ขอบคุณรูปจากน้องมดผู้ร่วมทริป (ผมมัวแต่สนใจสินค้า ถูกใจมากๆ อยากจะหอบกลับให้หมด เลยไม่ได้ถ่ายรูปมาเลยครับ)

Tips: เกือบทุกร้านจะไม่มีการติดป้ายราคา ต้องถาม และมักเปิดราคามาสูงเสมอ เราต้องต่อเอาเอง ให้คิดราคาไว้ในใจเลยนะครับว่าอยากได้เท่าไร เพราะเขาก็จะถามเรา (ส่วนใหญ่ปิดได้ที่ราคาประมาณครึ่งหนึ่ง) หากไม่ได้ราคาที่เราต้องการ ก็เดินหนีไปเลย ถ้าคนขายอยากขายก็จะตามมาเองครับ
เช่นรูปปั้นเทพอนูบิส ที่ทำจากหินแกรนิต ผมได้มาในราคา 20 USD จากราคาเปิด 60 USD ครับ (สามารถจ่าย USD หรือ EGP ก็ได้ และร้านที่ไปซื้อนี่ใช้เวลาอยู่นานมาก เพราะงานสวยกว่าร้านอื่นจริงๆครับ เสียดายจำชื่อร้านไม่ได้แล้ว)

ส่วนร้านนี้เป็นร้านชื่อดังในหมู่คนไทยนะครับ ชื่อร้าน Jordi อยู่ที่ชั้น 2 ของตลาด
ติดป้ายร้านไว้หลายภาษา รวมถึงภาษาไทยด้วย ซึ่งเขียนว่า “จอร์ดี้ จัดเก็บ” งงไหมครับ?? คิดอยู่ตั้งนานก็ อ้อ! เขาคงแปลจาก Jordi store นั่นเอง ฮ่าๆ

ร้านนี้ขายสิ้นค้าหลายอย่าง โดยติดราคาไว้ด้วย เรียกว่าไม่เอาเปรียบนักท่องเที่ยวเลย พวกสินค้าก็ เช่น รูปปั้น แม่เหล็ก แก้ว รวมถึงมีบริการทำคาร์ทูช (สัญลักษณ์สี่เหลี่ยมมุมบนเพื่อใส่พระนามฟาโรห์ และราชวงศ์) ที่ใส่อักษรเฮียโรกลิฟฟิกเป็นชื่อเราด้วยครับ

ช็อปปิ้งเสร็จ ได้ของที่ระลึก และของฝากติดมือกันมาเพียบ ราคาก็ถูกกว่าที่คิด เสียดายงานหินน้ำหนักมาก หอบไม่ไหวครับ เอาไว้คราวหน้าต้องกลับมาซื้ออีกแน่ๆ จากนั้นเรากลับโรงแรม แล้วก็อย่างที่บอกไว้ในตอนแรกครับ ว่าได้ห้องไม่เป็นไปตามข้อเสนอ คือได้ห้องเหม็นบุหรี่ แล้วยังมีห้องเหม็นบุหรี่นอกเหนือจากห้องนั้นอีก 1 ห้องด้วย

Nile cruise

ช่วงค่ำเราจองโปรแกรมล่องแม่น้ำไนล์ไว้ครับ รถจากโรงแรมมารับตอน 18.00 น. กำหนดเรือออก 19.00 น. ค่าใช้จ่ายรวมอาหารและค่าล่องเรือคนละ 30 USD ไม่รวมเครื่องดื่ม
ขอสรุปสั้นๆเลยว่า อาหารไม่ถูกปาก การแสดงไม่ประทับใจ ล่องตอนกลางคืนก็แทบไม่เห็นอะไรด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังเข้าห้องที่มีกลิ่นบุหรี่อบอวล ได้สักพักก็เริ่มคุ้นกลิ่น ก็นอนหลับไป ตื่นตั้งแต่ 04.00 น. เพื่อเตรียมไปขึ้นเครื่อง ออกบินสู่จอร์แดน ซึ่งเราได้ติดต่อรถจากโรงแรม Cairo inn ไว้แล้วครับ ด้วยราคา 30 USD/8 คน แต่แล้วก็มีเรื่องความเจ้าเล่ห์ของเจ้าถิ่นส่งท้ายครับ
–    ก่อนเดินลงจากชั้น 8 ซึ่งเป็นเคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของโรงแรม ผมได้แจ้งพนักงานคนเดิมว่า ใกล้ถึงเวลานัดแล้ว ช่วยโทรบอกคนขับรถหน่อยได้ไหม เพื่อยืนยันว่ากำลังจะมา
–    พนักงานโทรออก แล้วยื่นโทรศัพท์ให้คุย ปรากฏว่า คนขับรถ (คนเดิมที่รับเราจากสถานีรถไฟ) บอกว่า กำลังไปรับ ก็วางโทรศัพท์ไป เดินลงข้างล่างเพื่อไปรอรถ
–    หลังจากยืนรอได้ครู่เดียว พนักงานคนเดิมตามลงมาด้านล่าง และบอกว่า เนื่องจากเป็นเวลาเร่งด่วน ขอเพิ่มเป็น 50 USD พร้อมยิ้มเยาะ (เฮ้ย เอากันงี้เลย)
–    เนื่องจากเราต้องรีบไปแล้ว และไม่มีเวลาหาแท็กซี่ในช่วงที่ถนนโล่ง 04.00 น. จึงต้องยอม และขอต่อราคาลงมา ในที่สุดจบที่  45 USD/8 คนครับ
–    แล้วรถ 2 คันก็มารับ ซึ่งแน่นอนว่า ไม่ใช่คนขับคนเดิมที่รับเราจากสถานีรถไฟ แต่คาดว่าเป็นพรรคพวกของพนักงานจอมเจ้าเล่ห์คนนั้นมากกว่า เพราะเมื่อมาถึง ก็รีบเข้าไปคุยกระซิบกระซาบ พลางหัวเราะกับพนักงานโรงแรม
–    ก็ยังดีที่มาส่งพวกเราถึงสนามบินโดยสวัสดิภาพ แต่เอาเป็นว่า ครั้งเดียวเกินพอ จะไม่ใช้บริการโรงแรมนี้อีกแน่นอนครับ

สรุปทริปอียิปต์

– นอกจากกีซ่า กับ ไคโร แล้ว เมืองอื่นไม่ได้น่ากลัว ผู้คนเป็นมิตร
– ค่าครองชีพถูกมากๆ ของที่ระลึกน่าสนใจ อยากจะซื้อกลับยกร้าน
– สามารถต่อราคาได้ตั้งแต่ผลงานศิลปะ ยันน้ำดื่มข้างทาง
– หลายสถานที่ห้ามถ่ายรูปด้านใน หากใครอยากถ่ายรูปให้ถามเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ก่อนเข้า (มีบัตรสำหรับถ่ายรูปต่างหาก) เพราะถ้าเข้าไปแบบไม่ได้ซื้อบัตรจะถ่ายไม่ได้, ค่าขาตั้งกล้องแยกต่างหาก
– สิ่งก่อสร้างต่างๆล้วนยิ่งใหญ่ ชนิดได้แต่มองตาค้าง
– แม้พีระมิดแห่งกีซ่าจะยิ่งใหญ่ทีสุด แต่พระเอกคือวิหารต่างๆในลักซอร์ (ธีบส์) ต่างหาก

Bye bye Egypt ที่เที่ยวในฝันหวังว่าจะได้กลับไปอีกครั้ง ในที่สุดก็ได้ไปเยือน ส่วนความประทับใจต้องบอกว่ายิ่งกว่าที่คาดหวังครับ วินาทีที่ได้มองยอดพีระมิดคูฟูได้แต่ตะลึงในความยิ่งใหญ่ ช่วงเวลาที่ได้เดินในวิหารลักซอร์ราวกับอยู่ในฝัน และการเห็นมัมมี่ของจริงทำให้เราต้องรู้สึกทึ่งกับภูมิปัญญาโบราณ และต้องได้กลับมาอีกแน่ๆ
ปล. tips ต่างๆ หลังไมค์มาได้นะครับ 

หากเห็นว่าข้อมูลดี มีประโยชน์ ช่วยกด like แฟนเพจเฟซบุ๊คเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะครับ
❤️

ชื่อเพจ
Travel together – เที่ยวด้วยกันหมอฟันรีวิว
หรือตามลิงค์ไปได้เลยครับ

2 COMMENTS

  1. We absolutely love your blog and find nearly all of your post’s to be exactly what I’m looking for.

    can you offer guest writers to write content for yourself?

    I wouldn’t mind producing a post or elaborating on some of the subjects you write concerning here.

    Again, awesome blog!

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here