Lost in Greece ยังไม่จบครับ มาต่อPart 3 กันดีกว่า โทษทีหายไปนานมากๆ
ตอนนี้การระบาดของ Covid-19 ทำให้จขกท. ว่างมากมายครับ กลับมารีวิวให้จบดีกว่า ยิ้ม
Day7: Western Greece
เช้าวันที่ 7 ตื่นมาด้วยสภาพที่เยินมาก ย้อนเหตุการณ์รถเช่าโดนทุบที่ Flea market ยังช๊อคไม่หาย รู้สึกมันแย่ไปหมด แต่ชีวิตต้องสู้ต่อไปครับ ปัญหาคือของใช้ส่วนตัวหายไปหมดเลย แนะนำน่ะครับถ้าพักที่ Athense แนะนำย่าน Plaka ปลอดภัย สะดวกสบาย ในการเดินทาง รวมทั้งร้านอาหาร ของฝากเพียบ
จากเอเธนส์ เราจะไปเยือนเมืองในคาบสมุทรเพโลพอนเนส (Peloponnese) คือ เมือง Mycenae, Epidaurus,  และ Nafplion  บนคาบสมุทร เพโลพอนเนส (Peloponnese)  คาบสมุทรแห่งนี้เป็นที่ตั้งของเมืองสำคัญ ๆ ในยุคกรีซโบราณเป็นเวลานับพันปีก่อนที่เอเธนส์จะรุ่งเรืองเสียอีก (แนะนำถ้าใครอยากเที่ยวทั้งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติหรือสายชิล ชมบ้าน ชมเมือง แถบนี้ตอบโจทย์มากๆ)
แต่เดิมคาบสมุทรเพโลพอนเนส (Peloponnese) จะเชื่อมกับแผ่นดินใหญ่ จนกระทั่งมีการขุดคลองโครินธ์  แบ่งแยกฝั่งคาบสมุทรเพโลพอนเนส (Peloponnese) ออกจากกัน
คลองโครินธ์ (Isthmus of Corinth)  เป็นคลองที่ขุดขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์   มีความยาว 6.3 กิโลเมตร   ในอดีตเรือที่จะวิ่งรอบคาบสมุทรเพโลพอนเนสต้องแล่นอ้อมเป็นระยะทางไกลมาก  ได้มีความพยายามจะขุดคลองนี้ตั้งแต่สมัยกรีซโบราณ แต่ไม่สำเร็จเพราะวิทยาการความรู้ไม่เพียงพอ  จนกระทั่งสามารถทำได้เป็นผลสำเร็จลงในปี ค.ศ.1893
หลังจากขุดคลองนี้เสร็จ มีผลทำให้คาบสมุทรเพโลพอนเนสกลายเป็นเกาะที่มีน้ำล้อมรอบทุกด้านอย่างสมบูรณ์ และแบ่งคาบสมุทรเพโลพอนนีส ออกจากแผ่นดินกรีซ  จากเอเธนส์ขับรถไม่ไกล ประมาณ 1 ชั่วโมง ก็มาถึงคลองโครินธ์
ตรงสะพานจุดชมวิวระหว่างคลองโครินธ์   จุดนี้มีบริการบันจี้จัมพ์ด้วยนะครับ
เราจะเห็นความสวยงามของหน้าผา ที่มีความสูง 73 มม ตัดกับน้ำทะเลสีฟ้า สวยงามมากครับ
จากคลองโครินธ์ เราขับรถไปทางใต้ประมาณ 40 นาที ผ่านทุ่งมะกอก ไปยัง แหล่งโบราณคดี Mycenae
แหล่งโบราณคดี Mycenae
ปัจจุบันตั้งอยู่ที่เมือง Mykines
Mycenae ที่จริงเป็นยุคก่อนประวัติศาสตร์ของกรีซที่มีความเก่าแก่ ช่วง Bronze age ในช่วงระหว่างศตวรรษที่ 15 ก่อนคริสตกาล ถึงศตวรรษที่ 12 ก่อนคริสตกาล   อาจกล่าวได้ว่าเป็นเมืองนี้แหล่งกำเนิดของอารยธรรมตะวันตกเลยทีเดียว  และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ปี ค.ศ.1999
ถ้าใครเคยอ่านมหากาพย์อิเลียด (Iliad) และโอดิสซี (Odyssey) ของโฮเมอร์  น่าจะรู้จัก “Agamennon” กษัตริย์ของ Mycenae ที่รบชนะจากสงครามกรุงทรอย หลังเสียชีวิตเขาถูกนำมาฝังที่นี่พร้อมทรัพย์สมบัติมากมาย โดยเฉพาะทองคำที่ถลุงได้มากที่ Mycenae
แหล่งโบราณคดี Mycenae  เป็นที่หลุมฝังศพของ Agamemnon และกษัตริย์องค์อื่นๆ แหล่งโบราณคดีแห่งนี้ ถูกค้นพบโดย Heinrich Schilemann ชาวเยอรมันที่ทุ่มเท ตามหาที่ตั้งของกรุงทรอย จนพบร่องรอยซากเมืองโบราณ ในตุรกี หลังจากนั้นเขาก็ออกตามหา เมืองMycenae จนพบซากปรักหักพังใกล้เนินใหญ่ แถบคาบสมุทธเพโลพอนนีส นี่เองครับ ชลีมานน์ค้นพบป้อมปราการ และสุสานที่เต็มไปด้วยเครื่องทองสารพัดเลยครับ
เมืองและพระราชวังของ Mycenae สร้างบนเนินเล็กๆ รอบๆมีหลุมฝังศพสมัยโบราณมากมาย จุดเด่นเลย คือ
Lion gate (ประตูสิงโต) ตั้งตระหง่านตรงทางเข้า ก่อนที่จะเข้าไปสู่หลุมฝังศพ  เหนือประตูจะเป็นแผ่นหินรูปสามเหลี่ยมเพื่อรองรับน้ำหนักของก้อนหินตอนบนและแกะสลักเป็นรูปสิงโตสองตัวหันหน้าเข้าหากันประตูสิงห์  ที่สำคัญรูปสลักสิงโตนี้นี้ถือเป็นงานแกะสลักที่เก่าแก่ที่สุดของกรีกที่หลงเหลือมาถึงยุคปัจจุบัน
Grave Circle A อยู่ถัดจากประตูสิงห์ เป็นหลุมฝังศพกษัตริย์เรียงกัน 6 หลุม เป็นรูปวงกลม สมบัติชิ้นสำคัญที่สุดที่ขุดพบใน Grave Circle A คือหน้ากากทองคำอกาเมมนอนที่ใช้ปิดหน้าอกาเมมนอนตอนฝัง  ซึ่งการค้นพบหน้ากากทองคำอกาเมมนอน เป็นข่าวดังมากในขณะนั้น
ปัจจุบันหน้ากากทองคำ ถูกนำไปเก็บที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเอเธนส์ แต่จากการตรวจสอบ พบว่าหน้ากากทองคำ มีอายุประมาณ 3,500 ปี เก่าเกินกว่าจะเป็นของกษัตริย์อกาเมมนอน น่ะครับ
แหล่งโบราณคดี Mycenae ยังมีที่เที่ยวหลายจุดน่ะครับ เช่นพิพิธภัณฑ์โบราณคดี เก็บรวบรวมของที่ขุดค้นเจอที่นี่ จะเป็นพวกภาพวาด เครื่องปั้นดินเผา
Nafplio
เมืองท่าริมทะเลทรงเสน่ห์  บรรยากาศดี เมืองนี้เคยเป็นเมืองหลวงแห่งแรกของกรีซมาก่อนในปี ค.ศ. 1829-1834 หลังจากที่ทำสงครามประกาศเอกราชกับออตโตมัน ก่อนที่จะย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่กรุงเอเธนส์ด้วยเหตุผลที่ว่าเอเธนส์เคยเป็นเมืองที่รุ่งเรืองมาแต่อดีตกาล
ด้านหน้าของเมือง Nafplio เป็นเหมือนอ่าวขนาดใหญ่ มีร้านกาแฟและร้านอาหาร เราแวะทางอาหารเที่ยงที่นี่
ด้านหน้าอ่าวเราจะเจอ ปราสาท Bourtzi ที่เหมือนปราสาทลอยน้ำอยู่ทางด้านหน้า สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1471 ปราสาทแห่งนี้เคยเปิดให้บริการในฐานะโรงแรมในช่วงปี ค.ศ. 1930-1970 มีเรือบริการไปยังปราสาท ค่าโดยสาร 4 ยูโร ในวันหยุดคนเอเธนส์จะมาเที่ยวที่นี่กันมาก
ถ้าเราหันหลังกลับ มองไปด้านบนจะเห็นฉากหลังเป็นภูเขาสูงที่มีปราสาทขนาดใหญ่อยู่นั้น คือปราสาท Palamidi ปราสาทนี่เป็นสิ่งก่อสร้างสุดท้ายของ Venetian Empire ก่อนที่จะโดน Ottoman Empire เข้ามายึดพื้นที่ โดยเราสามารถเดินขึ้นไปได้ ถ้าเดินไหวนะครับ บันไดมี 999 ขั้น แต่เราขับรถขึ้นไปดีกว่า
จากด้านบนปราสาทเมื่อมองลงมาจะเห็นชัดเจนว่าเมือง Nafplio เป็นแหลมที่ยื่นออกไปในทะเลสีสวย และด้านหลังของเมืองก็ยังมีกำแพงป้อม Akronafplio เป็นแนวยาว ทำให้เมืองนี้เหมือนเมืองในนิทานที่โอบล้อมไปด้วยป้อมและปราสาท
เมือง Nafplio เป็นเมืองที่มีจุดยุทธศาสตร์ที่ดีมาก สมัยที่เวนิชปกครองกรีซ จึงตั้งให้เมืองนี้เป็นเมืองหลวงในส่วนของแผ่นดินใหญ่ อย่างที่บอกนะครับ เมื่อกรีซได้สถาปนาขึ้นเป็นประเทศเมื่อปี ค.ศ. 1828 เมือง Nafplio ก็ได้เป็นเมืองหลวงนาน 5 ปีก่อนจะย้ายไปที่กรุงเอเธนส์
ตกหลุมรักเมือง Nafplio ถ้ามีโอกาศอยากจะมาพักที่นี่น่ะครับ เสียดายเวลาเราน้อย ไปต่ออีกเมืองสำคัญกันครับ
จากเมือง Nafplio เราขับรถไปประมาณ 30 นาที จะถึงเมืองมรดกโลกอีกที่ นั่นคือ เมืองEpidaurus
Epidaurus
เอพิดอรัส ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานมรดกโลกจากองค์การ UNESCO และมีชื่อเสียงว่าเป็นสถานที่ประสูติของโอรสแห่งเทพอะพอลโล  นั่นคือ Asclepius “God of Medicine” ผู้คนจากทั่วเมดิเตอร์เรเนียน ต่างเดินทางมาที่ Epidaurus เพื่อหวังที่จะหายจากโรคภัยต่างๆ
Asclepius สังเกตน่ะครับ งูจะมีตัวเดียวพันไม้เท้า
บริเวณแหล่งโบราณคดี Epidaurus จะมีโซนต่างๆ คือ
Archaeological Museum of Epidaurus เก็บรูปรวมรูปปั้นของ Asclepius หน้าบันต่างๆ ของวิหาร
Theatre of Epidaurus ซึ่งเป็นโรงละครกลางแจ้งที่มีอายุมากกว่า 2,000 ปี จุคนได้กว่า 14,000 คน  ใหญ่มากๆครับ แถมยังใช้ได้จริงอีกด้วย เป็นฝีมือการออกแบบของสถาปนิกชาวกรีก Polykleitos
ที่น่าสนใจคือ ผู้ชมสามารถได้ยินเสียงนักแสดงและเครื่องดนตรีอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องมีเครื่องขยายเสียง แม้แต่เสียงเหรียญตกพื้นยังสามารถได้ยินไปถึงแถวสุดท้ายของอัฒจันทร์ ถือได้ว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์จริง ๆ โดยนักวิทยาศาสตร์เพิ่งจะไขความลับของโรงละครนี้ได้เมื่อไม่นานมาเอง
ความลับของโรงละคนนี้ แท้จริงแล้วอยู่ที่วัสดุของที่นั่งที่ทำจากหินปูน (Limestone) 
หินปูน มีคุณสมบัติในการดูดซับคลื่นเสียงความถี่ต่ำกว่า 500 Hz และสะท้อนคลื่นเสียงความถี่สูงกว่า 500 Hz ได้ดี จึงช่วยทำให้ลดเสียงดังพึมพำของผู้ชมที่เป็นเสียงรบกวน (Background Noise) ความถี่ต่ำลงได้ และทำให้เสียงของนักแสดงสะท้อนและเดินทางไปยังผู้ชมแถวหลังสุดได้ แต่นั่นก็แปลว่า เสียงต่ำของนักแสดงก็จะถูกดูดซับไปจนไม่ได้ยินเหมือนกัน
Temple of Asklepios at Epidaurus วิหารของ Asklepios ที่หลงเหลืออยู่ จะเห็นส่วนของ Tholos ที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ในสมัยก่อน สถานที่เป็นเสมือนแหล่งบำบัดโลกในยุคกรีกโบราณ
อย่างที่บอกครับ Asclepius มีสัญลักษณ์ งูพันไม้เท้า แค่ 1 ตัว แล้วสัญลักษณ์ทางการแพทย์ทำไมมี 2 ตัว???
ความสับสนระหว่างคทาของแอสคลีเพียส และคทาคาดูเซียส?
  • คทางูตัวเดียวคือ Asclepius
  • งูสองตัวคือ Caduceus

Asclepius คือสัญลักษณ์การรักษา ตามชื่อบุตรชายของเทพอพอลโล
อัสเคลปิอุส ผู้ชำนาญการรักษา และยังเป็นสัญลักษณ์ของ ชีวิต อาหาร และยา

 

Caduceus คือ สัญลักษณ์แห่งการค้า การสื่อสาร เป็นคทาของเทพเฮอร์เมส
เป็นสัญลักษณ์แห่งการสื่อสาร ติดต่อค้าขาย เจรจาผลประโยชน์

เป็นความสับสนกันนะครับ มีการตีความต่างกัน

คทาของ Asclepius เราจะเห็นได้จาก องค์การอนามัยโลก, สมาคมแพทย์อเมริกัน
หรือสมาคมแพทย์แห่งสหราชอาณาจักร ใช้งูเพียงตัวเดียว

บางองค์กรที่เลือกใช้งูสองตัว และมีบางแห่งที่ปรับเปลี่ยนจากไม้เท้าเป็นคบเพลิง
แต่ยังคงความหมายถึงวิชาแพทย์ อาทิ สมาคมแพทย์คาธอลิก, สมาคมแพทย์แห่งมาเลเซีย, สมาคมแพทย์แห่งอินเดีย และกระทรวงสาธารณสุข ของไทย

Cr:https://stanglibrary.wordpress.com

Temple of Poseidon

มาตอนพระอาทิตย์ตกไปแล้ว ปิดห้ามเข้า อดเข้าไปชมความงามเลย
วิหารตั้งอยู่ที่ แหลมSunion ที่อยู่สุดแผ่นดินกรีซ ลงไปจากนี้เป็นทะเลเมดิเตอเรเนียน เป็นทำเลที่เหมาะสมในการตั้งวิหารบูชาโปเซดอน เทพเจ้าแห่งท้องทะเล แฟนพันธ์แท้ Saint Seiya น่าจะจำตอนนี้ได้ คาน่อนที่ถูกซากะขังอยู่ที่คุกศิลาแหลม Sunion

Day8 : Acropolis

วันสุดท้ายที่เราจะเที่ยวที่เอเธนส์ สนุกครบรส ประสบการณ์มากมายเหลือเกิน
เราพักย่าน Plaka ทำให้สะดวกเวลาที่จะเดินทางไปยัง Acropolis ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ Acropolis กันก่อนครับ

Acropolis : มาจากคำว่า Akro= ด้านบน และ Polis= เมือง
แปลว่า “เมืองที่อยู่ด้านบน”
เชื่อว่า ผู้คนต่างทั่วโลก อยากที่อยากจะมาที่ Acropolis แลนด์มาร์กอันโดดเด่น ที่ตั้งของวิหารพาร์เธนอน
จากความสูง 150 เมตร เราสามารถที่จะชมวิวกรุงเอเธนส์แบบพาโนรามา ได้เลยครับ

Acropolis ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างยาวมากมายครับ ศึกสงคราม แผ่นดินไหว การถูกยิงถล่ม รวมถึงการโดนขโมยของโบราณล้ำค่าออกไป แต่ก็ไม่อาจทำให้ความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมบน Acropolis นั้นลดน้อยลงไปเลย

Tips:

  • แนะนำให้ไปแต่เช้าครับ ไม่งั้นคนจะเยอะมากๆ
  • ควรจะซื้อตั๋วมาก่อนครับ เราซื้อตั้งแต่วันก่อนแล้วเลยสะดวก ไม่ต้องรอคิว
  • ทางเข้าหลักมี 2 จุดคือทางเข้าด้านทิศใต้ กับทางเข้าด้านสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน Akropoli เราเข้าทางนี้ครับ เพราะเดินจากย่าน plaka มาแปบเดียว

Theatre of Dionysus เป็นจุดแรกที่เราจะเดินผ่านครับ โรงละครกลางแจ้งขนาดใหญ่ตั้งแต่เมื่อ 2,500 ปีที่แล้ว เป็นที่จัดงานเทศกาลบูชา Dionysus  เทพเจ้าแห่งการละเล่นและเหล้าองุ่น

จากโรงละคร ก็จะผ่านซากวิหารที่สร้างล้อมตาน้ำศักดิ์สิทธิ์ ทีสร้างอุทิศแด่ Asclepios ยังจำได้ไหมครับ ว่าเป็นเทพแห่งอะไร???

 

Odeon of Herodes Atticus เป็นโรงละครในร่ม ที่สร้างในสมัย Herodes Atticus เมื่อ 161 BC. สุดยอดมากสำหรับวิศวกรรมในยุคนั้นที่สร้างซุ้มโค้งรับน้ำหนักอัฒจรรย์ ปัจจุบันยังมีการใช้งานในการแสดงดนตรีและละครครับ

จากตรงนี้เราจะเจอฝูงมหาชนเยอะแยะมากมาย
เดินขึ้นต่อมาจะเจอ Propylaia เป็นประตูซุ้มขนาดใหญ่ ที่สร้างขึ้นเมื่อ 432 BC.

Temple of Athena Nike ตรงด้านใต้ของ Propylaia จะเจออาคารหลักเล็กๆ ที่สร้างุทิศแด่ Nike เทพีแห่งชัยชนะ สร้างขึ้นหลังจากที่กรีกมีชัยเหนือต่อเปอร์เซียในยุทธนาวีที่ซาลามิส

เรามาถึงเนินด้านบนของ Acropolis  แล้วครับ แดดแรงมากสำหรับวันนี้ เราจะพบวิหาร Parthenon และวิหาร Erectheion ทางด้านซ้ายมือ

Erectheion วิหารอิเรกทีออน เป็นวิหารที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด มีหน้าบัน 3 ด้าน เป็นวิหารที่หันหลังเข้าหากันถ้ามองดูดีๆ เชื่อกันว่าสร้างขึ้นตรงตำแหน่งที่ Poseidon เทพแห้งท้องทะเล กับ Athena แสดงอภินิหารเพื่อชิงตำแหน่งเทพอุปถัมภ์ของกรุงเอเธนส์
Poseidon เอาตรีศูลปักลงบนพื้นให้น้ำทะเลพุ่งออกมา บ้างก็บอกว่าสร้างม้า  ส่วน Athena เสdต้นมะกอกให้กับชาวเมือง ซึ่งตรงใจ และมีประโยชน์มากกว่า จึงเลือก Athena เป็นเทพอุปถัมภ์ และตั้งชื่อเมืองว่า Athens ที่เขียนแบบกรีกว่า Athina

ถ้าลองสังเกต เราจะพบต้นมะกอกต้นนึงหน้าวิหาร ที่เชื่อว่าสืบเชื้อสายมาจากต้นมะกอกต้นแรกที่ Athena ประทานแก่ชาวเมือง

จุดเด่นของวิหารอิเรกทีอุม คือ Caryatids ทั้ง 6 คน ที่รองรับหลังคาอยู่ ตำนานเล่าว่า เป็นสตรีจากหัวเมืองกรีก ไปฝักใฝ่กับพวกเปอร์เซีย จึงถูกสาบให้อยู่ที่หลังคาแห่งนี้

Caryatids ที่เห็นเป็นของจำลองครับ ของจริง 5 เสาอยู่ที่ Acropolis museum ส่วนอีก 1 เสาอยู่ที่ British museum ประเทศอังกฤษ มีเรื่องเล่าว่า มีคนได้ยินเสียงร้องไห้จากเสาออกมาครับ เป็นไปได้ว่านางคิดถึงพี่น้องของนางที่เอเธนส์

Parthenon วิหารพาร์เธนอน สร้างอุทิศแด่เทพีอธีน่า เมื่อ 432 BC. สร้างด้วยหินอ่อน ซึ่งเสาแต่ละต้นเกิดจากการเรียงหินเป็นท่อนๆ มีเดือยไม้ยึดแต่ละก้อนเข้าด้วยกัน จากนั้นถึงสลักร่องและลวดลายต่าง เสาเป็นแบบ Doric

ผังวิหารพาร์เธนอนวางตัวในแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก ตรงหน้าบันจะมีประติมากรรมเล่าเรื่องตำนานต่างๆ เสียดายโดนขโมยไปหมด แต่มีจำลองที่ Acropolis museum

ด้านในของวิหารพาร์เธนอนเคยเป็นที่ประดิษฐานของ เทพีอาเธน่าพาร์เธนอส (Athena Parthenos) ซึ่งสร้างจากงาช้างและทองคำ มือขวาถือไนกี้มือซ้ายถือโล่ สูง 11 เมตร น่าเสียดายช่วงที่กรีกถูกโรมันครอบครอง เทวรูปองค์นี้ก็ถูกยกไปที่คอนสแตนติโนเปิลและหายสาบสูญไป

วิหารพาร์เธนอน ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากจริงๆ เคยเป็นคลังหลวงสมัยเอเธนส์เรืองอำนาจ พอถึงศตวรรษที่ 6 เปลี่ยนมาเป็นโบสถ์คริสต์
พอออตโตมันครอบครอง ก็เป็นมัสยิดในช่วงศตวรรษที่ 15 และมาเสียหายอย่างหนักในช่วงนี้เอง ทำให้พาร์เธนอนอยู่ในสภาพปรักหักพัง จนถึงทุกวันนี้ก็ยังมีเครนซ่อมแซมอยู่ตลอด

ภาพจำลอง Acropolis ในสมัยก่อน วิหารพาร์เธนอน ยิ่งใหญ่และสวยงาม ที่จริงตัววิหาร หน้าบันมันมีสีนะครับ

เราใช้เวลาในการเที่ยวชมประมาณ 1.5 ชม. เดี๋ยวมาต่อกันที่ Acropolis museum ครับ><

Acropolis museum เป็นพิพิธภัณฑ์เป็นสถาปัตยกรรมแบบร่วมสมัย เปิดบริการเมื่อปี 2009 ท้าทายด้วยการสร้างทับลงไปบนหลุมขุดค้นโบราณสถานเลย ตรงทางเข้าเราจะผ่านกระจกใสมองเห็นโบราณสถานข้างใต้ได้เลยครับ

Acropolis museum ออกแบบโดย Bernard Tschumi เน้นอาคารโปร่งๆ ให้แสงธรรมชาติผ่านเข้ามา ให้เห็นความสวยงามของประติมากรรม หินอ่อนต่างๆ ไฮไลท์อยู่ที่ชั้นบนสุด ออกแบบด้านกว้างและยาวเท่ากับตัววิหารพาร์เธนอนเลยครับ  จัดแสดงภาพสลักหน้าบัน ประติมากรรมที่เคยประดับในวิหารพาร์เธนอน แต่เป็นของจำลองนะครับ ของจริงอยู่ที่ Britih museum เป็นสาเหตุทำไมกรีซถึงสร้างพิพิธภัณฑ์ระดับ World class

ช่วงที่กรีซตกอยู่ในอำนาจของออตโตมัน เมื่อศตวรรษที่19 ชาวอังกฤษชื่อ ลอร์ด เอลกิน ได้ขนเอาโบราณวัตถุไปหมดเลยครับ ชุดสำคัญที่สุดคือ หินอ่อนจากพาร์เธนอน ตอนนี้จัดแสดงที่ British museum รัฐบาลกรีซพยายามทวงคืนหลายครั้ง  แต่ทางประเทศอังกฤษจะบ่ายเบี่ยง ให้เหตุผลในเชิงที่ว่า กรีซยังไม่มีสถานที่ที่เหมาะสมจะจัดแสดงสิ่งของอันทรงคุณค่า ซึ่งทำให้ประเทศกรีซคงจะโกรธมาก จึงทำให้เกิดการสร้าง Acropolis museum แห่งนี้

โซนที่น่าสนใจคือ Caryatids ทั้ง 5 ของแท้ที่ขนมาจากวิหาร Erectheion

หน้าบันของวิหารพาร์เธนอน

ชั้นที่ 3  The Parthenon Gallery จัดแสดงประติมากรรมหินอ่อนจำลอง ของวิหารพาร์เธนอน
บางบริเวณเว้นที่ไว้ รอการกลับมาครับ หวังว่าทางการกรีซจะได้คืนหินอ่อน ในเร็ววันครับ

ชั้นที่ 2 เป็นคาเฟ่ต์กับร้านอาหาร ชอบการออกแบบมากครับ นั่งจิบกาแฟกับวิวอะโครโพลิส แถมมีหนังสือ ของที่ระลึกเพียบเลย

สุดท้ายแล้วครับ ตลอด 8 วันในกรีซ สนุกมากเลยครับ ได้เที่ยวครบทุกรสชาติเลย ถึงแม้จะเจอเรื่องแย่ๆในวันที่โดนทุบรถ ในใจก็ยังคิดว่ากรีซเป็นประเทศที่สวยงาม ผู้คนเป็นมิตร ยังมีอีกหลายสถานที่ที่ยังไม่ได้ไป เจอกันใหม่ครั้งหน้าครับเมื่อไหร่ไม่รู้

หากเห็นว่าข้อมูลดี มีประโยชน์ ช่วยกด like แฟนเพจเฟซบุ๊คเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะครับ
❤️

ชื่อเพจ
Travel together – เที่ยวด้วยกันหมอฟันรีวิว
หรือตามลิงค์ไปได้เลยครับ

 

 

 

24 COMMENTS

  1. I must get across my appreciation for your kindness giving support to folks who need assistance with this one content. Your personal commitment to getting the message up and down ended up being surprisingly beneficial and have continuously encouraged those just like me to realize their endeavors. Your invaluable suggestions signifies so much a person like me and even further to my peers. With thanks; from each one of us. Taffy Reamonn Joelle

  2. The next time I read a blog, Hopefully it does not disappoint me just as much as this one. After all, I know it was my choice to read through, nonetheless I actually believed you would have something useful to talk about. All I hear is a bunch of complaining about something that you could possibly fix if you were not too busy searching for attention. Orelia Menard Gunas

  3. Good to see a post form you. It has been a while. The deer in my area had a good winter as well. I have six consistently and as many as 8 at a time. Elbertina Lombard Fairlie

  4. Howdy, I do think your blog may be having internet browser compatibility issues. Whenever I look at your website in Safari, it looks fine however when opening in I. E., it has some overlapping issues. I simply wanted to give you a quick heads up! Apart from that, wonderful website! Kayle Grange Stafford

  5. certainly like your web site but you have to test the spelling on several of your posts. Many of them are rife with spelling problems and I in finding it very bothersome to inform the truth on the other hand I will certainly come again again. Kym Rayner Solly

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here