“ไปเขาหลวงกัน”

เป็นคำชวนที่เรามักได้ยินบ่อยๆสำหรับการท่องเที่ยวไทย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่นักท่องเที่ยวแถวภาคเหนือตอนล่าง 😄

ว่าแต่ ทำไมต้องเขาหลวงล่ะ?

แน่นอนครับว่าเป้าหมายที่หลายคนอยากเห็นจากการขึ้นเขาก็คือ “ทะเลหมอก” ซึ่งเราก็หวังแบบนั้นเช่นกัน

แต่บอกไว้ก่อนเลยว่า…ไม่เจอครับ ฮ่าๆ ฝนแล้งติดต่อกันหลายวัน แม้ฝนตกคืนที่เราค้างแรม แต่รุ่งเช้าก็ไม่มีทะเลหมอกให้เห็น 😢

แต่ๆๆๆ…สรุปไม่ได้ผิดหวังเลยนะ เพราะอะไรน่ะหรอ? ไปดูกันดีกว่าว่า “เขาหลวงสวยแค่ไหน ในวันที่ไม่มีทะเลหมอก” และ “ทำไมต้องเขาหลวง?” 😉

อุทยานแห่งชาติรามคำแหง

เขาหลวง อยู่ที่ “อุทยานแห่งชาติรามคำแหง” มีพื้นที่ครอบคลุม 3 อำเภอของจังหวัดสุโขทัย แต่การเดินทางขึ้นไปยอดเขาหลวงนั้น เราต้องไปที่ที่ทำการอุทยานฯที่อำเภอคีรีมาศ ซึ่งห่างจากตัวเมืองสุโขทัยประมาณ 30 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถประมาณ 30-40 นาที ที่ทำการอยู่ตีนเขา ไม่ต้องห่วงว่าขับรถยากครับ

Tips: ข้อควรรู้ก่อนขึ้นเขาหลวง

  • อุทยานเปิดให้บริการตั้งแต่ 8.00 – 14.00 น. *ไม่อนุญาตให้ขึ้นเขาหลัง 14.00 น.*
  • ค่าเข้าอุทยานฯ ผู้ใหญ่ 40 บาท, เด็ก 20 บาท
  • *ควรจองคิวล่วงหน้าก่อนไป เพราะอุทยานฯจำกัดจำนวนคนขึ้นในแต่ละวัน โดยให้โควต้านักท่องเที่ยว walk in ค่อนข้างน้อย ไม่จองก่อนระวังไม่ได้ขึ้นนะ*
  • สามารถจองผ่าน application: QueQ เลือก “อุทยานแห่งชาติรามคำแหง” โดยสามารถจองล่วงหน้าได้ไม่เกิน 20 วัน
  • บางช่วงของปีอุทยานฯปิดบริการ สามารถตรวจสอบประกาศได้ที่ FB page: อุทยานแห่งชาติรามคำแหง
  • โรคต้องห้ามขึ้นเขาหลวงตามประกาศของอุทยานฯ: โรคหัวใจ, โรคปอด, ภาวะซีด, โรคตับแข็ง, โรคหลอดเลือดแตก อัมพฤกษ์ อัมพาต, เคยได้รับการผ่าตัดภายใน 1 เดือน, ภูมิแพ้อากาศรุนแรง, เคยผ่าตัดกระดูกแล้วผ่าตัดใส่เหล็ก, โรคมะเร็งชนิดที่ยังรับการรักษาอยู่, โรคไตวายที่รักษาโดยฟอกไต
  • ลูกหาบคิดค่าบริการกิโลกรัมละ 25 บาท เท่านั้น ซึ่งถือว่าถูกมาก แต่ลูกหาบมีจำนวนจำกัดนะครับ ต้องรีบไปจองก่อน 8.00 น. ไม่งั้น ก็เตรียมแบกของขึ้นไปเองได้เลย 😅

เอาล่ะ พร้อมแล้วก็ลุยกันเลย!

กลุ่มเราไปถึงที่ทำการอุทยานเวลา 7.50 น. ครับ ข่าวดีคือ เป็นกลุ่มสุดท้ายที่ทันได้จ้างลูกหาบพอดี นี่ขนาดไปก่อนเวลาเปิดแล้วนะ เกือบต้องแบกของเองแล้วมั้ยล่ะ 😂

เริ่มมาก็เจอนี่ก่อนเลยครับ บริการจองเต็นท์ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

  • เต็นท์ 2 คน 150 บาท, เต็นท์ 3 คน 225 บาท, เต็นท์ 6 คน 600 บาท
  • ถุงนอน 30 บาท, แผ่นรองนอน 20 บาท, ผ้าห่ม 30 บาท, เสื่อ 20 บาท
  • * ค่ามัดจำขยะ 200 บาท เราจะได้ถุงดำ 1 ใบเพื่อเก็บขยะ แล้วมารับเงินมัดจำคืนเมื่อลงจากยอดเขาครับ

แผนที่ขึ้นเขาหลวง ระยะทางถึงจุดกางเต็นท์พักแรม 3.7 กิโลเมตร (ถ้าจะคิดว่าระยะสั้นแค่นี้จะชิลๆแล้วล่ะก็…หึหึ)

ตลอดทางมีป้ายบอกทางเป็นระยะ ไม่ต้องกลัวหลงนะครับ

เริ่มเดินกันด้วยความคึกครื้น เดี๋ยวมาดูกันว่าจะไหวไหม?

เดินไปได้สักพัก ก็กระหายน้ำ…แล้วก็พบข่าวดี…ซะที่ไหน ฝนไม่ตกมาหลายวันแล้วครับ น้ำดื่มบริการนักท่องเที่ยวที่มีบริการตามจุดต่างๆเป็นระยะ ไม่เหลือสักหยด 😔 น้ำที่พกมาก็ค่อยๆหมดไป

ส่วนน้องคนนี้เป็นลูกหาบ (ขออนุญาตเบลอหน้าน้อง) ลูกหาบมีทั้งชาย/หญิง เด็กวัยรุ่นจนถึงสูงวัย แข็งแรงสุดๆไปเลย

แม้ระยะทางจะสั้น แต่ขอบอกเลยว่า ชัน ชัน และชัน ครับ 😅 เหนื่อยจริงๆ กว่าจะถึงจุดเช็คอินแต่ละจุดเหมือนนานแสนนานเหลือเกิน เมื่อไรจะถึงเนี่ย

จุดชมวิวที่ 1.6 กิโลเมตร ถึงตรงนี้ได้พักกันหน่อย

ถึงตะเคียนคู่ ก็นับว่าถึงครึ่งทางแล้วครับ (1.9 กิโลเมตร) ถึงจุดนี้ แม้ไม่ได้เป็นโรคหัวใจ แต่ใจก็เต้นตูมตาม เหมือนหัวใจจะหลุดออกมานอกอก 🤣

และแน่นอน ทริปลุยๆหน่อยแบบนี้ เราก็ยังใช้รองเท้าคู่เก่งของ Columbia sport wears ที่ยึดเกาะพื้นได้ดี น้ำหนักเบา และเซฟข้อเท้าของเราได้ดี (มีโปรลดราคาบ่อยๆที่ Columbia sport wears กดคลิกลิงค์ได้เลยจ้า)

ไม่ไหวบอกไหว 😂

ชัน ชัน และชัน ก็คือ เหนื่อย เหนื่อย และเหนื่อย นั่นเอง ถึงขนาดที่ได้ยินเพื่อนร่วมทางอีกกลุ่มที่เตรียมอาหารขึ้นไปทำกินกันบนเขาบ่นอยากทิ้งสัมภาระที่หนักๆว่า “กูไม่กินหมูก็ได้วะ” 😂

แต่พอมาถึง “ไทรงาม” เท่านั้นแหละ หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง สวยงามจริงๆ

เห็นแบบนี้ก็อดคิดถึงเพลง “color of the wind” จากเรื่องโพคาฮอนธัสไม่ได้เลยครับ

“The Earth is just a dead thing you can claim
But I know every rock and tree and creature
Has a life, has a spirit, has a name”

เหมือนกับว่าไทรงามมีจิตวิญญาณจริงๆ 😊

ที่เขาหลวงยังมีตำนานเก่าแก่อีกด้วย โดยเฉพาะเรื่อง “ปล่องนางนาค” หนึ่งใน landmark/check in point ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับตำนานการกำเนิดพระร่วง

เรื่องมีอยู่ว่า ในอดีตนั้นพระมหากษัตริย์แห่งดินแดนแถบนี้ได้มาจำศีลที่เขาหลวง แล้วได้พบรักกับหญิงนางหนึ่งซึ่งเป็นธิดาพญานาค (นางนาค) ทั้งคู่ครองรักกันและมีพระโอรสองค์หนึ่ง ซึ่งก็คือ “พระร่วง” นั่นเอง

ซึ่งนางนาคนั้นขึ้นมามาจากปล่องบนพื้นดิน จึงเรียกว่า “ปล่องนางนาค” นั่นเอง

หลังจากฝ่าทางชันมานาน หากเลยปล่องนางนาค (ที่ 3.3 กิโลเมตร) ไป ก็จะเป็นทางราบให้ได้เดินชิลๆกันบ้าง

แต่อย่าหวังได้พักนาน เพราะประมาณ 60-80 เมตรสุดท้ายนี่แหละครับ โหดจริง

ถึงสักที (โว้ยยยย) ฮ่าๆ ตะคริวจะกินอยู่ละ

ผู้พิชิตยอดเขาหลวง ความสูง 1200 เมตรจากระดับน้ำทะเล (จริงๆตรงลานกางเต็นท์พักแรมไม่ถึงระดับ 1200 เมตรนะ ต้องขึ้นไปตามยอดเขาต่างๆอีก)

สำหรับใครที่กังวลเรื่องอาหารการกินก็สบายใจได้เลย ข้างบนนี้มีร้านค้าสวัสดิการของอุทยานฯ แต่ราคาแพงกว่าข้างล่างมากครับ เช่น น้ำดื่มขวดละ 35 บาท, น้ำอัดลมกระป๋องสลิมก็ 35 บาท และไม่ได้มีโปรโมชั่น 3 กระป๋อง 100 แต่อย่างใดนะครับ 😁

ยัง ยัง ยังเหนื่อยไม่จบ 😂 เพราะยอดเขาสวยๆต่างๆนั้น ต้องเดินไปต่ออีกครับ

รับเต็นท์ นอนพักระหว่างรอรับของที่จ้างลูกหาบนำขึ้นมาให้เสร็จเรียบร้อย ก็ได้เวลาไปชมพระอาทิตย์ตกแล้ว โดยยอดเขาที่มีชื่อเสียงในการชมพระอาทิตย์ตกคือ “ยอดพระแม่ย่า”

จากป้ายพบว่า ระยะทางไปยอดพระแม่ย่า 980 เมตร ซึ่งเป็นทางตรง แต่หากมีเวลาเหลือสามารถอ้อมไปเที่ยวชมยอดพระเจดีย์ และยอดภูกาก่อนได้

ทิวทัศน์จากยอดพระเจดีย์

มองนก มองเขา แล้วจะมองเราบ้างไหม? 😂

ทิวทัศน์ระหว่างทางไปยอดพระแม่ย่าก็งดงามไม่น้อยเลยครับ 😀

~~ฝากดวงใจพี่ลอยล่องไปบนนภา สุดขอบฟ้าหัวใจพี่จะไปถึง~~

ที่ยอดพระแม่ย่านี่เอง ที่เราจะอยู่ที่ความสูงระดับ 1200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ได้ชื่อว่าเป็นผู้พิชิตเขาหลวงแล้ว !!

👍 คือภูมิใจมากจริงๆ ในที่สุดเราก็ทำได้ด้วยสองเท้าของเราเอง ทั้งเหนื่อย ทั้งขาดน้ำ ก็ยังทนมาได้ 🦵🦵

ใกล้เวลาพระอาทิตย์ตกแล้ว เสียดายวันนี้เมฆมาก ไม่ค่อยเห็นเลย

กลับมาที่เต็นท์ ก็ได้เวลาที่อุทยานฯปล่อยน้ำให้ใช้อาบครับ แต่อย่างที่บอกว่าฝนแล้งหลายวัน น้ำมีจำกัดจึงปล่อยไหลแป๊บเดียวเท่านั้น

Tips: ติดตามสถานการณ์ต่างๆรวมถึงเรื่องน้ำได้ที่ FB page ของอุทยานฯ ครับ (ก่อนมาเราก็เช็คแล้วว่าไม่มีน้ำใช้ แต่ก็ยังอยากมาอยู่ดี 😅)

สำหรับอาหารมื้อเย็นวันนี้ ขอนำเสนอ “หม่าล่าหน้าตี๋” หม่าล่าชื่อดังจากจังหวัดพิษณุโลกครับ รสชาติแปลกกว่าหม่าล่าเจ้าอื่นๆ อร่อยจริงต้องลองครับ

สำหรับใครที่ไม่ได้นำเตา หรือถ่านมาด้วย สามารถเช่าเตาแก๊สของอุทยานได้ โดยจ่ายค่าบริการ 150 บาท จานและชามก็มีให้ยืม เสร็จแล้วล้างคืนด้วย

หลัง 22.00 น. อุทยานฯดับไฟทั้งหมด และห้ามส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่นเด็ดขาด

ตกดึกฝนตกตลอดคืนเลยครับ ความหวังที่จะออกมาชมดาวก็หมดไป แต่ก็ได้ลุ้นว่าพรุ่งนี้อาจได้เห็นทะเลหมอกนะ 😀

กลางคืนอากาศเย็นๆ นอนหลับสบายเลย ตื่นตั้งแต่ 5.00 น. เตรียมไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ “ยอดพระนารายณ์” ระยะทาง 400 เมตรเท่านั้น

โอ้ว! ไม่เจอทะเลหมอกครับ มีหมอกจางๆเท่านั้น แต่เดี๋ยวก่อน! ความสวยไม่ได้ลดลงเลยนะ 😮

ไม่ว่าจะเป็นแบบนี้

แบบนี้

หรือแบบนี้

คือแม้จะไม่มีทะเลหมอก แต่ทัศนียภาพเบื้องล่างก็สวยงาม และบ่งบอกความเป็นเขาหลวงได้เป็นอย่างดี ไม่ผิดหวังเลย 😲

การได้นั่งชมทัศนีภาพจากเขาหลวงที่อยู่สูงที่สุดเหนือพื้นที่โดยรอบ เบื้องล่างเป็นเนินเขา ทุ่งนา และเมืองที่ปกคลุมด้วยหมอกจางๆ ท่ามกลางอากาศเย็นๆ ลมอ่อนๆ สูดหายใจให้เต็มปอด ช่างเป็นช่วงเวลาที่มีความสุข อยากให้เวลาหมุนไปช้าๆเลยครับ

เสร็จจากการชมพระอาทิตย์ขึ้น ก็ได้เวลาลงแล้ว เรามากัน 2 วัน 1 คืน กำลังดีเลยครับ

ส่วนตรงนี้เป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์

เก็บขยะ ล้างจานชามคืนอุทยานฯ ก็ลงเขากันเลย

ขาลงเหนื่อยน้อยกว่าขาขึ้นแน่นอน แต่ก็มีบางคนเข่าลั่นเหมือนกันนะ 😆

ฝนเทลงมาระหว่างขาลง 🌧⛈ ลื่นมากๆ 

สรุป

  • การเดินทางมาอุทยานฯ สะดวกสบาย ถนนลาดยางสภาพดี หากไม่ได้ขับรถมาเอง ก็มีรถรับจ้างจากสถานีขนส่ง
  • ขาขึ้นระยะทาง 3.7 กิโลเมตร ขึ้นอย่างเดียวเลยจริงๆ ชันตลอดทาง ส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ถ้าไปเรื่อยๆก็ 5-6 ชั่วโมงครับ (ได้ยินมาว่านักวิ่งเทรลใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว 😮) หากใครขึ้นช้ากลัวหิวระหว่างทาง ก็เตรียมข้าวห่อไว้กินระหว่างทางด้วย
  • แม้เส้นทางขึ้นเขาเต็มไปด้วยความชัน ทำให้เหน็ดเหนื่อย แต่เส้นทางไม่ได้อันตราย แม้แต่นักท่องเที่ยวที่ไม่มีประสบการณ์ก็สามารถเที่ยวได้ด้วยตัวเอง
  • ความเหน็ดเหนื่อยจากจากเดินทาง ย่อมก่อเกิดมิตรภาพจากเพื่อนร่วมทริป ที่คอยช่วยเหลือ ไม่ทิ้งกันระหว่างทางแม้จะมีคนช้า ส่วนน้ำดื่มที่เหลือน้อยนิด ก็ได้แบ่งกันดื่มคนละนิดละหน่อย เรียกได้ว่าแม้จะไม่มีคนได้อิ่ม แต่ก็ไม่มีคนต้องอดเช่นกัน ขณะที่นักเดินทางคนอื่นๆ ก็มีน้ำใจแบ่งปัน คอยให้กำลังใจเพื่อให้ไปถึง อีกทั้งยังแบ่งอาหารที่เตรียมมาให้กินกันอีกด้วย 😀
  • ทัศนียภาพของเขาหลวงในยามไม่มีทะเลหมอกก็สวยงามแปลกตาไปอีกแบบ การได้เห็นทัศนีภาพเบื้องล่างเมื่อไม่มีทะเลหมอกบดบังก็บ่งบอกความเป็นสถานที่นั้นๆได้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นการไม่ได้เจอทะเลหมอกก็ไม่น่าเสียดายเลยแม้แต่น้อย 🌄🌅🏞
  • ส่วนค่าใช้จ่ายถูกมากๆ สวนทางกับประสบการณ์ที่ได้รับซึ่งมากมาย และน่าประทับใจจริงๆ

ทีนี้ได้คำตอบไหมครับว่า

“เขาหลวงสวยแค่ไหน ในวันที่ไม่มีทะเลหมอก” และ “ทำไมต้องเขาหลวง?” 😉

 

อ้อ! อย่าลืมช่วยกด like แฟนเพจเฟซบุ๊คเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะครับ
❤️

ชื่อเพจ
Travel together – เที่ยวด้วยกันหมอฟันรีวิว
หรือตามลิงค์ไปได้เลยครับ

26 COMMENTS

  1. Hey there! This is my first comment here so I just wanted to give a quick shout out and say I truly enjoy reading your posts.
    Can you suggest any other blogs/websites/forums that cover the same
    subjects? Thanks a ton!

  2. Hi there! I just wish to offer you a huge thumbs up for the excellent info you have here on this post. I will be returning to your site for more soon. Jessi Brant Iveson

  3. Hey there, I think your site might be having browser compatibility
    issues. When I look at your blog in Safari, it looks fine but when opening in Internet Explorer, it has some overlapping.
    I just wanted to give you a quick heads up! Other then that,
    wonderful blog!

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here