สวัสดีครับ หายหน้าหายตาไปนานเลย หวังว่าสถานการณ์ระบาดของ COVID-19 จะผ่านพ้นไปได้โดยเร็ว เศรษฐกิจจะได้กลับมาฟื้นตัว และเราจะได้ท่องเที่ยวกันอย่างสะดวกอีกครั้ง ^.^

สำหรับ “ชิลๆ @เชียงดาว” เราใช้เวลา 1 วัน 1 คืน ที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ครับ

ทริปนี้บอกไว้ก่อนเลยว่า แม้จะไม่ได้ขึ้นดอยหลวงเชียงดาว แต่แค่ได้นอนดูยอดดอยรูปร่างแปลกตาที่มีปลายตัดคล้าย “สี่เหลี่ยมคางหมู” ในช่วงเวลาต่างๆกัน ทั้งเช้า สาย บ่าย เย็น และกลางคืน ก็คุ้มค่า และฟินมากๆแล้วครับ เรียกว่าดูได้ทั้งวันไม่เบื่อเลย

เช่น วิวที่กลุ่มเมฆลอยไปรวมที่ยอดดอยจนดูคล้าย “ไอติมดิป” แบบนี้ 😁

หรือราวกับยอดดอยกำลังพ่นไฟ แบบนี้ 😲

และอื่นๆที่โปรดตามอ่านต่อไป 😉

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับ “ดอยหลวงเชียงดาว” กันก่อนครับ

ดอยหลวงแห่งนี้เป็นยอดเขาที่สูงเป็นอันดับที่ 3 ของประเทศไทย รองจากดอยอินทนนท์ และดอยผ้าห่มปกเท่านั้น ตั้งอยู่ที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

ด้วยความสูง 2275 เมตร และยังเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จึงเป็นหนึ่งในเส้นทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยว นักปีนเขาหลายต่อหลายคน

แต่นอกจากการขึ้นดอยแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากๆครับ

นั่นก็คือ “วัดถ้ำเชียงดาว” และ “ถ้ำเชียงดาว” ที่ตั้งอยู่ที่เชิงเขาแห่งนี้

วัดถ้ำเชียงดาว

ถ้ำเชียงดาวเป็นถ้ำที่เต็มเปี่ยมด้วยความงดงามจากหินงอกหินย้อยอันตระการตาที่ธรรมชาติเป็นผู้สร้างสรรค์ เหล่าหินรูปร่างประหลาดเหล่านี้ ชวนให้จินตนาการไปเป็นสิ่งต่างๆ ได้อย่างเพลิดเพลิน ทำให้การเที่ยวถ้ำไม่ได้น่าเบื่อเลยแม้แต่น้อยครับ 😊

ตัวถ้ำแยกออกเป็นถ้ำย่อยๆ

  • ถ้ำพระนอน ความยาว 360 เมตร เป็นทางราบมีไฟติดตลอดทาง เป็นเส้นทางเดียวที่ไม่จำเป็นต้องจ้างไกด์พาเดิน
  • ถ้ำแก้ว ความยาว 474 เมตร
  • ถ้ำม้า, ถ้ำลับแล ความยาว 735 เมตร

ในทริปนี้เราเข้า 2 ถ้ำ ได้แก่ ถ้ำพระนอน และถ้ำม้าครับ ค่าจ้างไกด์อยู่ที่ 200 บาท/รอบ (ราคาปี 2020)

จะเข้าถ้ำทั้งที มาทำความรู้จักตำนาน/ความเชื่อ/เรื่องเล่า เกี่ยวกับถ้ำกันก่อนเพื่อเพิ่มอรรถรสในการเที่ยวชม

“ในอดีตกาลนั้น ครั้งหนึ่ง “เจ้าหลวงคำแดง” แห่งเมืองพะเยาเสด็จออกล่าสัตว์ และพบกับกวางทองรูปร่างสวยงามตัวหนึ่ง พระองค์พยายามควบม้าไล่ตามกวางตัวนั้น แต่ตามเท่าไรก็ไม่ทัน จนกวางได้วิ่งไปจนถึงเชิงดอยอ่างสลุง (หรือดอยหลวง) และหลบเข้าไปในถ้ำ แม้ไพร่พลตามเสด็จจะทัดทาน แต่พระองค์ก็หาฟังไม่ ลงจากม้าตามเข้าไปในถ้ำ

ครั้นเข้าไปในถ้ำ สิ่งที่พระองค์พานพบแทนที่จะเป็นกวางรูปงามตัวนั้น…กลับกลายเป็นสาวงามผู้หนึ่งนามว่า “อินทร์หลา” ซึ่งได้เล่าว่าให้ฟังว่านางถูกสาปให้อยู่ในถ้ำแห่งนี้ หากออกนอกถ้ำ นางจะกลายร่างเป็นกวาง

เจ้าหลวงทั้งพอพระทัยในสาวงามผู้นั้น อีกทั้งยังรู้สึกสงสาร จะพานางเข้าไปในเมืองก็ไม่ได้ เพราะนางจะกลายร่างเป็นกวาง จึงตัดสินพระทัยอยู่กินกับนางไปตลอดชีวิตโดยไม่ได้กลับออกมาอีกเลย

เชื่อกันว่าพระองค์จุติไปเป็นเทวดาอยู่ในถ้ำ คอยปกปักรักษาดอยหลวงเชียงดาวอยู่จนถึงทุกวันนี้”

—————————————-

ถ้ำม้า

เอาล่ะ มาเริ่มเที่ยวกันครับ เริ่มที่ถ้ำม้า ซึ่งเป็นถ้ำมืดไม่มีไฟฟ้าติดตั้ง ทำให้เราพบค้างคาวได้ตลอดระยะทาง

ตลอดเส้นทางเราจะพบเจอหินรูปร่างแปลกตา เกิดขึ้นตามกระบวนการทางธรรมชาติ เช่น

หัวพญานาค

ปอดช้าง

ไข่ดาว

ไก่ฟ้า

กรอบรูป

หินรูกบ

หินม่านกลีบ

เทียนคู่

สังเกตเห็นอะไรไหมครับ?

หลอนนน 😱😱

ฮ่าๆๆๆ ไม่ได้มีพลังงานลึกลับแต่อย่างใดนะครับ เพียงแต่ “จังหวะมันได้จริงๆ” 😂

คุณลุงข้างหลังเป็นไกด์ของเราเองครับ อายุ 65 ปี! ยังเดินเหินคล่องแคล่ว ทำงานไกด์ที่ถ้ำแห่งนี้มา 30 ปีแล้ว ใจดีและใจเย็นมากๆ ถึงแม้พวกเราจะหยุดถ่ายรูปนานก็ไม่มีบ่น และอธิบายดีมากๆด้วยครับ

*ส่วนช่อง/รูนี้เป็นรูที่แคบที่สุดที่ต้องลอดผ่านแล้วครับ*

Tips:

  • ทางลื่นมากและเป็นทางขึ้นๆลงๆ ควรใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดีๆ และยังมีช่อง/รูขนาดเล็กที่ต้องลอดผ่านด้วย ผู้สูงอายุ หรือมีข้อจำกัดด้านร่างกายควรหลีกเลี่ยง
  • การถ่ายรูปในถ้ำ แสงจากตะเกียงเจ้าพายุของไกด์ก็ส่องให้ความสว่างในการถ่ายรูปได้เพียงพอโดยไม่ต้องใช้ flash ครับ

 

—————————————-

ถ้ำพระนอน

เปลี่ยนไปถ้ำพระนอนความยาว 360 เมตรกันบ้าง ตั้งแต่ตรงนี้ไป จะเป็นทางราบ มีไฟฟ้าส่องสว่างตลอดทาง

ไม่ต้องกังวลว่าทางง่ายแล้วจะไม่สวย

ปลายทางที่เข้าไปได้ เป็นที่ประดิษฐานของพระนอน (บนบันได)

หินยักษ์นอนตาย

*นอกเหนือจากตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันมาแล้ว ถ้ำเชียงดาวยังเคยเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของพระธุดงค์ และด้วยความเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ จึงควรมีความสำรวม และแต่งกายมิดชิด ส่วนใครที่นุ่งสั้นก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะทางวัดก็มีผ้าถุงให้เช่าด้วยราคา 20 บาท

ส่วนรูปนี้ถ่ายจากรอบๆถ้ำ ซึ่งเป็นเขตของวัด น้ำซึ่งไหลออกจากถ้ำมีความใสมาก

สำหรับผู้สนใจเที่ยวชมวัดถ้ำเชียงดาวนั้น มีรายละเอียดดังนี้

  • ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ ประมาณ 75 – 80 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง
  • เส้นทางขับง่ายบนถนนลาดยาง
  • สามารถจอดรถได้ที่ลานหน้าวัดที่มีความกว้างขวาง รองรับรถนักท่องเที่ยวได้หลายคัน
  • เวลาเปิดให้เข้าชม 07.00 – 17.00 น. ทุกวัน แต่ไม่ควรไปตอนเย็นนักเพราะต้องเผื่อเวลาที่ประตูจะปิดด้วย
  • ค่าเข้าชมสำหรับนักท่องเที่ยวไทยคนละ 20 บาท และนักท่องเที่ยวต่างชาติ 40 บาท *แต่ในช่วงส่งเสริมการท่องเที่ยวหลังการระบาดของ COVID-19 นั้น ค่าเข้าชมสำหรับนักท่องเที่ยวไทยลดเหลือ 10 บาทเท่านั้น (เริ่มตั้งแต่ 18/6/2020 โดยมีระยะเวลาประมาณ 3 เดือน)
  • ค่าเช่าผ้าถุง 20 บาท
  • ค่าเหมาไกด์นำเที่ยว 200 บาท/รอบ โดยหลังหักค่าบริการต่างๆ ตัวไกด์เองจะได้เพียง 90 บาท/รอบเท่านั้น (วันที่ผมไปเที่ยวคุณลุงบอกว่านักท่องเที่ยวน้อยลง วันนี้ได้แค่ 2 รอบเอง 😔)
  • แม้จะเย็นสบาย แต่อากาศภายในถ้ำก็น้อย อีกทั้งยังมีกลิ่นน้ำมันจากตะเกียงเจ้าพายุด้วย ผู้มีโรคประจำตัว/ร่างกายไม่แข็งแรง ควรทบทวนการตัดสินใจก่อนเข้าถ้ำให้ดี

—————————————-

ดอยหลวงเชียงดาว

ออกจากถ้ำเชียงดาว ขับรถไม่นานก็ถึงที่พักที่เราจองล่วงหน้ามาครับ The campian

ซึ่งต้องบอกว่าโชคดีมากที่จองได้ เพราะยังสร้างไม่เสร็จดี ตอนนี้เปิดให้เข้าพักเฉพาะโซน villa ได้แก่ private pool villa 1 หลัง และ villa room 2 ห้อง

The campian เป็นรีสอร์ทที่อยู่ในทำเลที่เหมาะกับการมาพักผ่อนหย่อนใจมาก ทั้งอยู่ใกล้ถนนใหญ่

อีกทั้งทัศนียภาพยอดดอยหลวงที่เรามองเห็นได้จากที่นี่ ยังสวยงามแปลกตา ปลายยอดมีลักษณะแบนดูคล้ายรูปสี่เหลี่ยมคางหมู

และเมื่อท้องฟ้าเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละเวลาของวัน ก็ยิ่งทำให้น่าชมเข้าไปใหญ่

เช่น ดูคล้ายภูเขาไฟระเบิด

หรือคล้ายกับภูเขากำลังพ่นไฟเมื่อตอนพระอาทิตย์กำลังจะลับของฟ้า

นั่งชมวิวเพลินๆ ก็ถึงเวลาอาหารเย็นแล้วครับ

ช่วงนี้อาหารเย็นที่ทางรีสอร์ทให้บริการได้แก่……..หมูกระทะ! โอ้ว ช่างเหมาะกับการมาพักผ่อนเป็นกลุ่มเสียนี่กระไร

ทานหมูกระทะ สังสรรค์ พลางชมดอย มีความสุขมากกกก 😋

กลางคืนก็เงียบสงบดีครับ แม้จะใกล้ถนนใหญ่ แต่ก็ค่อนข้างห่างไกลบ้านเรือนผู้คน

คืนนี้แสงจันทร์และเมฆมาก แต่ก็ได้ภาพที่แปลกตาครับ เหมือนยอดดอยหลวงกำลังดูด กลืนกินท้องฟ้าอยู่เลย 😲

หลังจากหลับสบายไปเต็มอิ่ม ตื่นเช้ามาก็พบกับทัศนียภาพแบบนี้

👉 ใครสนใจห้องพักก็ตามไปจองได้เลยที่: https://bit.ly/2HD7B7v

ส่วนชุดสวยๆแบบนี้ เป็นของแบรนด์ Flat 2112 กดที่ชื่อแบรนด์ไปช็อปได้เลย

หมอกบางๆปกคลุมยอดดอยอย่างนุ่มละมุน สบายตา สบายใจ อยากจะนอนดูอีกนานๆ

อาหารเช้ามาแล้ว ข้าวต้มกุ้งร้อนๆ เสิร์ฟมาบนกระเช้าร่วมกับน้ำเต้าหู้ และขนมปังสังขยา

ทานเสร็จ คุณลุง คุณป้าเจ้าของที่พักก็เอาฟองมาให้ตีพร้อมนอนแช่น้ำชมดอยฟินๆกันไป

สายๆหน่อย เมฆก็ลอยมารวมกลุ่มกันปกคลุมยอดดอยครับ มองดูคล้ายไอติมดิปเลย 😋

ถ่ายรูปด้วยสักหน่อย

ถ่ายตัวบ้านเริ่มไม่ย้อนแสงละ ที่พักสวยขนาดนี้ ต้องเก็บรูปเยอะๆ

ติ๊ดๆๆ ปล่อยลูกไฟออกมา 3 ดวง

ที่พักแบบเราเป็น private pool villa มี 2 ห้องนอน ห้องน้ำในตัว ปัจจุบันมีเพียง 1 หลัง

ส่วนอีกแบบเป็น Honey Glamping ใช้ห้องน้ำรวม (มีน้ำอุ่น) อยู่ระหว่างการก่อสร้าง

👉 ใครสนใจห้องพักก็ตามไปจองได้เลยที่: https://bit.ly/2HD7B7v

*ควรติดต่อสอบถามห้องว่างล่วงหน้าก่อนเข้าพักนะครับ แว่วมาว่า แม้จะยังสร้างไม่เสร็จ แต่นักท่องเที่ยวก็ติดต่อสอบถามเข้ามากันเยอะมาก

จากประสบการณ์เข้าพักของผมเอง ขอสรุปรีวิวดังนี้ครับ

ข้อได้เปรียบ

  • ทำเลดี แบบว่าดีมากกกก ติดถนนใหญ่แต่ไม่วุ่นวาย กลางคืนเงียบสงบ เหมาะกับการมาพักผ่อนสุดๆ
  • ทัศนียภาพของดอยหลวงเชียงดาวเมื่อมองจากที่นี่ต้องบอกว่า โค-ตะ-ระ สวยยยย ไม่รู้คนอื่นเป็นไหม แต่ผมนั่งมองได้แทบจะทั้งวันเลย
  • ที่พักน่ารักดี เหมาะกับการถ่ายรูปมากๆ หากใครชอบกางเต็นท์ก็มีพื้นที่ให้ด้วย
  • ส่วนราคา อาจจะมองว่าแพง เช่น private pool villa ราคา 5900 บาท/หลัง/คืน แต่หารแล้วตกไม่ถึงคนละ 1500 บาท + อาหารเย็น อาหารเช้า วิวดีๆ ถือว่าคุ้มมาก อ้อ! ปรกติมีดนตรีสดตอนกลางคืนด้วยนะ แต่ช่วงที่ไป ต้องมี social distancing ทางรีสอร์ทเลยตัดออกไป
    *โปรดเช็คราคาและโปรโมชั่นจากทางรีสอร์ทอีกครั้ง
  • คุณลุงคุณป้าเจ้าของที่พักบริการดี เอาใจใส่ แต่ก็ให้ความเป็นส่วนตัวด้วยเช่นกัน เช่นหมูกระทะมื้อเย็น หลังจากนำอาหารมาเตรียมให้แล้ว ก็ไม่มารบกวนแขกอีก แต่คอยสังเกตว่าเราอิ่มหรือยัง ค่อยมาเก็บโต๊ะให้ ส่วนตอนเช้าก็สังเกตเวลานำข้าวต้ม ของหวานมาเสิร์ฟ นำฟองมาให้ตีใส่อ่างเช่นกัน
  • และที่สำคัญคือ *น้ำใจ* ทริปนี้ผมเอาโดรนขึ้นบินแล้วบินไม่ดูตาม้าตาเรือ มัวแต่มองจอ ไม่ได้มองตัวเครื่อง จนโดรนไปชนต้นไม้ร่วง! คุณลุงเจ้าของก็มาช่วยกันตามหากันอยู่นานมากๆ จนต้องแหวกพงหญ้าเข้าไปลึกกว่าจะเจอ ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยครับ 🙂

ข้อเสียเปรียบ

  • ตัวที่พักเป็นไม้ และรับแดดเต็มๆ ช่วงบ่ายร้อนตับแตกเลยครับ (เจ้าของแนะนำให้มาตอนเย็นเพราะร้อนมาก แต่ผมเองอยากไปชมดอยเร็วๆ ได้อบซาวน่าเลยครับ) แต่หากเป็นฤดูหนาว ก็เห็นว่าอากาศเย็นมากอยู่นะ
  • น้ำเต้าหู้หวานเจี๊ยบเลยครับ 🤣 ต้องดื่มน้ำตามอีกเป็นแก้ว

ก่อนเช็คเอาท์ ก็ขออีกสักภาพ

งดงามจริงๆ “ดอยหลวงเชียงดาว”

👉 ใครสนใจห้องพักก็ตามไปจองได้เลยที่: https://bit.ly/2HD7B7v

สวนสนแม่แตง

สวนสนแม่แตง มีชื่อเต็มว่า “สวนผลิตเมล็ดพันธุ์ไม้สนสองใบ” เป็นสถานที่วิจัย พัฒนา และฟื้นฟู แปลงทดลองปลูกไม้สนคาริเบีย อยู่ที่ ต.อินทขิล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ซึ่งก็คือระหว่างทางเข้าเมืองจาก The Campian นั่นเอง

ถ้ามาจากในเมืองด้วยระยะทาง 40+ กิโลเมตร หรือขับรถประมาณ 40+ นาทีก็ถึง ส่วนค่าเข้าชมก็ ฟรี! จ้า

เหมาะกับการถ่ายรูปไปอวดเพื่อนๆมาก

ก็ต้องบอกว่า เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการถ่ายรูปมากทีเดียว (โดยเฉพาะสาวๆ ที่มาโพสต์ท่ากันอย่างจัดเต็ม) อีกทั้งค่าเข้าชมยังฟรี อยุ่ไม่ไกลจากเมือง ติดถนนใหญ่แต่นักท่องเที่ยวก็ไม่มากนัก ถ่ายรูปกันได้สบายๆเลย

ส่วนชุดสวยๆแบบนี้ เป็นของแบรนด์ Flat 2112 กดที่ชื่อแบรนด์ไปช็อปได้เลย

วัดบ้านเด่น

“วัดเด่นสะหรีศรีเมืองแกน” หรือ “วัดบ้านเด่น” อยู่ที่ ต.อินทขิล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่เช่นเดียวกัน

อยู่ห่างจากสวนสนประมาณ 8.6 กิโลเมตร หรือขับรถประมาณ 10 นาที

ภายในวัดเต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างสวยงามด้วยพุทธศิลป์แบบล้านนาประยุกต์ และมักอยู่ในโปรแกรมทัวร์ของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะทัวร์ชาวจีนที่มากันเยอะมาก

#โอกาสทอง *ตอนนี้ปิดประเทศ เป็นโอกาสดีที่เราจะได้เที่ยวแบบคนน้อยๆ ครับ 😃

ประติมากรรมต่างๆภายในวัด สวยงามมากครับ

ตรงนี้น่าจะเป็นคนธรรพ์ (เทวดาครึ่งสัตว์)

บันไดพญานาคคู่ วิจิตรงดงาม ตั้งอยู่หน้าวิหารไม้สักทอง ทางด้านขวาเป็นรูปปั้นพระยาศรีสัตตนาคราช ทางซ้ายมือเป็นรูปปั้นพระยาศรีสุทโธนาคราช ที่มีความยาวโอบล้อมไปถึงทางด้านหลัง

ภายในวิหารไม้สักทองเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าทันใจ หรือตันใจ

ครูบาเจ้าเทือง ผู้ก่อสร้างวัดเด่นสะหลี ศรีเมืองแกน

สำหรับพระประธานของวัดคือ พระแก้วเกล้าเจ้าบุญเรือง ซึ่งด้วยเวลาที่จำกัด เราจึงไม่ได้เข้าไปกราบไหว้ครับ

สำหรับผู้สนใจเที่ยวชมวัดบ้านเด่น (วัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน) นั้น มีรายละเอียดดังนี้

  • ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ ประมาณ 45-50 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถประมาณ 1 ชั่วโมง
  • เส้นทางขับง่ายบนถนนลาดยาง
  • มีลานจอดรถหน้าวัด
  • เวลาเปิดให้เข้าชม 07.00 – 17.00 น. ทุกวัน
  • ไม่คิดค่าเข้าชม

สำหรับทริป “ชิลๆ @เชียงดาว” 1 วัน 1 คืน ของเราก็ขอจบลงแต่เพียงเท่านี้ นับเป็นทริปที่ใช้เวลาสั้นๆ แต่ก็ได้ความประทับใจกลับไปไม่น้อย และยังได้เห็นสถานการณ์การท่องเที่ยวหลังการระบาดของ COVID-19 รอบแรก (หวังว่าจะมีแค่รอบเดียว 😔) ที่ได้พบว่าสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งที่เคยคราคร่ำด้วยผู้คนก็ยังคงซบเซา และคงต้องใช้เวลาอีกสักระยะกว่าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน การควบคุมจำนวนผู้ป่วยในประเทศเป็นศูนย์ก็เป็นเรื่องดี แต่ปากท้องก็เป็นเรื่องสำคัญ และเศรษฐกิจก็ควรขับเคลื่อนไปด้วยเช่นกัน

ดังนั้น สิ่งที่เราทำได้ก็คือการปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะกินร้อน ช้อนเรา ล้างมือ หรือมาตรการ new normal ต่างๆที่เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อควบคุมการระบาดให้น้อยที่สุด ให้อยู่ในศักยภาพการดูแลรักษาของสาธารณสุขในประเทศเราให้ได้ครับ

สุดท้ายนี้ก็ขอให้ทุกคนปลอดภัยจากโรค จะได้กลับมาเที่ยวด้วยกันอีกครั้ง ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้นะครับ

อ้อ! อย่าลืมช่วยกด like แฟนเพจเฟซบุ๊คเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะครับ
❤️

ชื่อเพจ
Travel together – เที่ยวด้วยกันหมอฟันรีวิว
หรือตามลิงค์ไปได้เลยครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

19 COMMENTS

  1. I was more than happy to uncover this web site. I wanted to thank you for ones time for this fantastic read!! I definitely appreciated every part of it and i also have you book marked to see new things in your web site. Tedda Bourke Latreece

  2. I am extremely impressed with your writing skills as well as with the layout on your weblog. Is this a paid theme or did you modify it yourself? Anyway keep up the excellent quality writing, it is rare to see a great blog like this one today.. Kelsi Chevalier Jasmine

  3. An interesting dialogue is value comment. I feel that you should write more on this subject, it may not be a taboo topic but typically persons are not sufficient to talk on such topics. To the next. Cheers Corrina Conrado Zannini

  4. This is really interesting, You are a very skilled blogger. I have joined your rss feed and look forward to seeking more of your fantastic post. Also, I have shared your web site in my social networks! Feodora Pepillo Jeni

  5. Please let me know if you’re looking for a author for your weblog.
    You have some really great articles and I think I would be a good asset.
    If you ever want to take some of the load off, I’d really like
    to write some content for your blog in exchange for a link back to mine.
    Please blast me an email if interested. Kudos!

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here